Monday, September 18, 2006

Une artiste japonais au Musée d'Art Contemporain



Le travail d’ Aya Takano est influencé par la science-fiction
et tout particulièrement par des auteurs comme
William Gibson ou Bruce Sterling, ou encore indirectement par les dessins animés.
Cette artiste allie références mythiques japonaises et son univers personnel.
Son graphisme particulier plonge certains dans un univers joyeux et confortable,
d’autres y perçoivent erotisme et sexualité.
La technique de peinture diluée qu’emploie cette artiste renforce
la sensualité de ses oeuvres qui oscillent entre dessin d’enfant
et virtuosité de cette dessinatrice. Outre ses talents graphiques,
cette jeune artiste s’intéresse tout particulièrement
à l’animation et elle a participé chez Nintendo
au design de la Game Boy Advance.

Tuesday, September 05, 2006

เรื่องของนิ้ว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระเจ้าได้ทรงเรียกนิ้วทุกนิ้วมาเข้าประชุมเพื่อจัดตำแหน่งของนิ้ว
นิ้วแรกมีนิสัยเกเร และชอบกลั่นแกล้งนิ้วอื่นที่อ่อนแอกว่า จึงไม่มีใครชอบและอยากคบด้วย พระเจ้าจึงทรงตั้งชื่อนิ้วนี้ว่า \"นิ้วโป้ง\" พระองค์ทรงจัดให้นิ้วโป้งอยู่ไกลจากนิ้วอื่น ๆ มากที่สุด และทรงเสกให้นิ้วโป้งเป็นนิ้วที่สั้นที่สุดเพื่อไม่ให้รังแกผู้อื่นได้อีกต่อไป
นิ้วต่อไป มีนิสัยถือตนว่าตัวเองมีอำนาจ ชอบใช้อำนาจสั่งโน่นสั่งนี่ พระเจ้าจึงทรงตั้งชื่อนิ้วนี้ว่า \"นิ้วชี้\" และทรงวางนิ้วชี้ไว้อยู่ข้าง ๆ นิ้วโป้ง เพื่อนิ้วโป้งจะได้เกรงกลัวจนไม่กล้าเกเรหรือกลั่นแกล้งใครอีก
นิ้วต่อไปมีนิสัยรักความยุติธรรม มีความกล้าหาญและรักความถูกต้อง พระเจ้าจึงทรงเสกให้นิ้วนี้เป็นนิ้วที่ยาวที่สุดเพื่อที่จะคอยดูแลนิ้วอื่น ๆ ได้ และได้วางไว้ข้าง ๆ นิ้วชี้ เพื่อคอยเตือนสตินิ้วชี้ให้รู้จักใช้อำนาจที่มีอย่างยุติธรรม และด้วยนิสัยรักความยุติธรรมนี่เอง พระเจ้าจึงทรงตั้งชื่อนิ้วนี้ว่า \"นิ้วกลาง\"
นิ้วต่อไป เป็นนิ้วแห่งความรักและคำสัญญา มีนิสัยอ่อนโยน ซื่อสัตย์และมั่นคงในความรักด้วยนิสัยคล้ายผู้หญิงนี่เอง พระเจ้าจึงทรงตั้งชื่อนิ้วนี้ว่า \"นิ้วนาง\" และจัดวางนิ้วนางให้อยู่ข้าง ๆ นิ้วกลาง เพื่อนิ้วกลางจะได้คอยดูแลนิ้วนางที่อ่อนโยนได้
นิ้วสุดท้าย \"นิ้วก้อย\" นิ้วก้อยเป็นนิ้วแห่งมิตรภาพ เพราะฉะนั้นนิ้วนี้เป็นนิ้วที่เล็กที่สุด ฉะนั้น จึงมักโดนนิ้วโป้งจอมเกเรแกล้งอยู่เป็นประจำ พระเจ้าจึงทรงจับนิ้วก้อยไปวางไว้ข้าง ๆ นิ้วนาง ซึ่งไกลจากนิ้วโป้งมากที่สุด

บางทีพระเจ้าก็บอกอะไรเราจากนิ้วของเราเอง พระองค์เสกนิ้วโป้งให้สั้น ๆ ดูน่าเกลียดเพื่อจะเตือนเราว่า ถ้าเราเป็นคนเกเร นิสัยไม่ดี ถึงแม้ว่าเราจะดูดีอย่างไร เราก็จะเป็นคนน่าเกลียดในสายตาคนอื่น ไม่มีใครอยากจะสมาคมด้วย
พระองค์จับนิ้วชี้ไว้ข้าง ๆ นิ้วโป้งเหมือนจะเตือนเราว่า บางทีคนที่เกเรมาก ๆ ก็อาจต้องให้คนที่มีอำนาจเหนือเขาหรือคนที่เขาเคารพเชื่อฟังดูแลเข้า จึงจะทำให้เขาหยุดนิสัยเสียนั้นได้ พระองค์ทรงจัดนิ้วชี้ไว้ข้างนิ้วกลาง เพื่อเตือนเราเอีกว่า ถ้าเรามีอำนาจอยู่ในมือ เราก็ต้องใช้มันอย่างถูกต้องและยุติธรรม
พระองค์ทรงสร้างนิ้วก้อยและนิ้วนางไว้อยู่ข้างกัน เพื่อบอกเราว่า...มิตรภาพที่ดีนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก และไม่มีความรักแท้จริงใด ๆ ในโลกที่ปราศจากมิตรภาพและการให้อภัยเช่นกัน....